โลกเปลี่ยนไป หรือเราแค่ยังปรับตัวไม่ทัน

ยิ่งโลกเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทำไมเรากลับยิ่งลังเลในการตัดสินใจ? เมื่อข้อมูลมีมากกว่าที่เคย แต่คำตอบเดิมกลับใช้ไม่ได้เสมอไป บางทีสิ่งที่เราต้องการ อาจไม่ใช่คำตอบใหม่ แต่คือวิธีมองโลกที่ชัดขึ้น

When Old Answers No Longer Work.

เมื่อสิ่งเดิม ๆ ไม่ได้ให้คำตอบแบบเดิมอีกต่อไป

คุณเคยสังเกตไหมว่า...

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การตัดสินใจเรื่องธรรมดาๆ กลับใช้เวลามากขึ้น

แค่จะเลือกร้านอาหาร เราเปิดรีวิวหลายแอป อ่านความคิดเห็นนับร้อย ดูคะแนนที่คนรีวิว เปรียบเทียบราคา ก่อนจะพบว่ามีคนบอกว่า ร้านเดียวกัน "อร่อยที่สุด" และ "แย่ที่สุด" อยู่พร้อมกัน

เวลาจะซื้อของสักชิ้น เราไม่ได้เปรียบเทียบแค่ราคา แต่ยังดูรีวิว ดูคลิป ดูผู้เชี่ยวชาญ ดู AI ถามเพื่อน แล้วสุดท้ายก็ยังลังเลว่า ... ตกลงควรซื้อหรือไม่???

เวลาหาข้อมูลเรื่องสุขภาพ มีทั้งหมด นักโภชนาการ อินฟลูเอนเซอร์ และงานวิจัยที่ดูเหมือนจะพูดไม่ตรงกัน

แม้แต่เวลาคุยกับใครสักคนในโลกออนไลน์ บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่า นี่กำลังคุยอยู่กับคนจริงหรือเป็น AI ที่พูดได้เหมือนคนอย่างเนียนกริ๊บเชียวล่ะ

หลายคนบอกว่า โลกกำลังเปลี่ยนเร็ว!!! สิ่งที่น่าสนใจเมื่อเราค่อย ๆ วิเคราะห์ สิ่งที่หลายคนรู้สึก ไม่ใช่แค่ "ความเร็ว"

แต่คือ "ความรู้สึกลังเล ไม่มั่นใจ"

เหมือนยิ่งรู้มากขึ้น..... กลับยิ่งตัดสินใจยากขึ้น

ลองนึกถึงร้านกาแฟเล็ก ๆ ร้านหนึ่ง

เมื่อหลายปีก่อน ถ้ายอดขายลดลง คำอธิบายอาจจะไม่ซับซ้อนนัก อาจเป็นเพราะรสชาติกาแฟ เป็นเรื่องทำเล เป็นเรื่องราคาที่ไม่เข้ากับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่นั้น หรือการบริการ

แต่วันนี้... 

ยอดขายร้านเดียวกัน อาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน  --> ราคาน้ำมันได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก --> สถานการณ์โลกกระทบค่าเงิน --> ค่าเงินกระทบค่าครองชีพของผู้บริโภค --> ผู้บริโภคชะรอการซื้อ --> สภาพภูมิอากาศกระทบผลผลิตกาแฟ --> AI ทำให้ลูกค้าค้นหาร้านใหม่ได้ง่ายขึ้น --> อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มเปลี่ยน ทำให้ร้านถูกมองเห็นน้อยลง --> สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้กระทบต้นทุนของร้านกาแฟ และยอดขาย --> แล้วทั้งหมดนั้น ก็กลับมาส่งผลต่อกาแฟหนึ่งแก้วบนโต๊ะของเรา

ในขณะที่ร้านกาแฟนั้นไม่ได้เปลี่ยนเป็นร้านที่แย่ลง ร้านนั้นอาจจะยังมีการบริการที่ดีเหมือนเดิม ฝีมือและทักษะของบาริสต้ายังคงยอดเยี่ยม

แต่โลกที่ร้านกาแฟกำลังอยู่
ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นแค่กับธุรกิจเท่านั้น
ธุรกิจเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี
เทคโนโลยีเชื่อมโยงกับสุขภาพจิต
สุขภาพจิตเชื่อมโยงกับครอบครัว
ครอบครัวเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจเชื่อมโยงกับการเมือง
การเมืองเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม
สิ่งแวดล้อมก็ย้อนกลับมาส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนอีกครั้ง

เหมือนทุกเส้นกำลังค่อย ๆ ผูกเข้าหากัน จนแทบไม่มีเรื่องไหนที่อธิบายได้ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียว

ยิ่งโลกเชื่อมโยงกันมากขึ้น เรากลับยิ่งพยายามหาคำตอบที่สั้นลง
     เราอยากได้ checklist
     อยากได้ framework
     อยากได้ 5 ขั้นตอนที่เอามาใช้ได้เลย
     อยากได้สูตรสำเร็จ จะได้รวยสักที
ทั้งหมดนั้นมีประโยชน์ หลายครั้งก็ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น

แต่บางครั้ง...
ระหว่างที่เราได้คำตอบเร็วขึ้น เราอาจกำลังเสียงโอกาสที่จะเข้าใจคำถามนั้น หรือเข้าใจสถานการณ์รอบตัวเราให้ลึกขึ้น

นี่ไม่ได้หมายความว่าโลกกำลังแย่ลง และก็ไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีหรือ AI เป็นปัญหา

ตรงกันข้าม...

สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นหลายเรื่องชัดขึ้นกว่าที่เคย และแม้ว่าทุกครั้งที่มีเครื่องมือใหม่ช่วยให้เราเห็นบางอย่างชัดขึ้น ก็มักจะมีบางอย่างค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตาและความทรงจำเช่นกัน

GPS พาเราไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้น แต่หลายคนเริ่มจำเส้นทางไม่ได้ แม้ขับทุกวัน ก็ยังต้องมี GPS 
บางคนบอกว่า เพื่อเราจะได้รู้ว่ามีอุบัติเหตุหรือรถติดตรงไหนไหม จะได้เลี่ยง อันนี้ก็เป็นข้อดีของการมี GPS เป็นตัวเสริม แต่เรากำลังจดจ่อกับ GPS และลด ละ ความสามารถในการจำเส้นทางของเราให้น้อยลง

AI ช่วยสรุปหนังสือได้ภายในไม่กี่วินาที เราก็ชอบใจเพราะได้ประเด็นที่หนังสืออยากจะบอกเลย คิดว่าจะได้นำหลักการไปใช้เลย ได้ประเด็น ได้เนื้อหาทันที ไม่ต้องเสียเวลาได้น้ำ แต่ก็อาจทำให้เราใช้เวลาน้อยลงกับการครุ่นคิดด้วยตัวเอง ใช้เวลาน้อยลงในการคิดกับประสบการณ์ที่ผู้เขียนเผชิญมาด้วยตัวเอง เพื่อเราจะสามารถเอามาใช้เวลาประสบกับเหตุการณ์ใกล้เคียง จากหนังสือกว่า 200 - 300 หน้า กลับเหลือแค่หัวข้อและคำอธิบายไม่กี่ย่อหน้าเท่านั้น

รีวิวช่วยให้เราเลือกร้านอาหารง่ายขึ้น  แต่บางครั้งก็ทำให้เราไม่กล้าลองร้านที่ไม่มีใครพูดถึง บางร้านก็อร่อยมากอยู่แล้ว แต่อาจจะมีคนรีวิวเพราะวันนั้นเหนื่อยมาก หรือไปเจออะไรมา ทำให้การรับรสไม่เต็มที่ ร้านจึงได้ 4.7 ดาว ซึ่งก็ถือว่าสูง แต่คนกลับไม่เลือกและมุ่งหน้าหาร้าน 4.8 และ 4.9 ดาวมากกว่า โอกาสที่เราจะได้ประสบการณ์รสชาตหลากหลายก็หายไป กลายเป็นกินรสชาตเหมือน ๆ หรือได้รับการยืนยันจากคนอื่นแล้วเท่านั้น แต่ในขณะที่ความชอบในรสชาตของคนเรานั้นต่างกัน กลมกล่อมของเขา อาจจะไม่ใช่กลมกล่อมของเรา เผ็ดแล้วของบางคน อาจจะอนุบาลหรือประถมในความรู้สึกของอีกคน ความอร่อยของเราไม่เคยเท่ากัน

เราไม่ได้แค่ "ได้" เครื่องมือใหม่
เราแลกบางอย่างกับมันอยู่เสมอ

แทนที่เราจะมีประสบการณ์ด้วยตัวเอง ได้เลือก ได้ตัดสินใจ ได้ปฏิเสธด้วยตัวเอง
แต่เราก็แลกสิ่งเหล่านี้ไปโดยเราไม่รู้ตัว

สิ่งที่ทำให้โลกวันนี้ดูยากขึ้น อาจไม่ใช่เพราะโลกมีปัญหามากขึ้น เพราะโลกมีปัญหาจนล้นต่อการรับรู้หรือความเข้าใจของคนคนหนึ่งมาตั้งนานแล้วโดยเราไม่เคยรับรู้ แต่อาจเป็นเพราะทุกอย่างกำลังเชื่อมโยงกันมากขึ้น และเมื่อทุกอย่างเชื่อมโยงกัน การมองเพียงด้านเดียว ก็เริ่มไม่เพียงพออีกต่อไป

เมื่อเป็นเช่นนี้ คำถามอาจไม่ใช่ "ใครถูก" หรือ "วิธีไหนดีที่สุด"
แต่อาจเป็น "เรายังมองไม่เห็นอะไรอีกไหม?" "มีปัจจัยอะไรที่เรายังไม่ได้คิดถึง?" "สิ่งที่เรากำลังจะทำ กำลังได้มา กำลังแลกกับอะไร" และ "ถ้าเราเห็นและเข้าใจภาพทั้งหมดชัดขึ้นอีกนิด การตัดสินใจของเราจะเปลี่ยนไปหรือไม่?"

ใช่ เราไม่ได้บอกว่าต้องเห็นและเข้าใจภาพทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ เพราะในความเป็นจริงไม่มีใครทำได้

เราต่างเหมือนอย่างที่ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Breaking Boundaries เริ่มต้นว่า เราเป็นเหมือนคนที่ขับรถในที่มืดมิดมีเพียงไฟหน้าที่สอดส่องให้เห็นพื้นที่ใกล้สุดที่เรากำลังจะเคลื่อนไปเท่านั้น

ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์ตอนนั้น เราอาจจะไม่ได้คาดหวังว่า อยากเห็นภาพชัดว่า ข้างหน้าอีก 2 กิโลเมตรทางจะเป็นอย่างไร เราคงอยากให้แค่ข้างหน้าชัดเจนขึ้นอีกนิด เพื่อทำให้เราเห็นได้ชัดเจนขึ้นอีกนิด การตัดสินใจเราก็จะดีขึ้น

คำถามข้างต้นเหล่านี้ อาจไม่ได้ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นทันที 
แต่คำถามเหล่านี้ ทำให้เราไม่รีบเชื่อ ไม่รีบปฏิเสธ และไม่รีบสรุป จนเกินไป

บางครั้ง การเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่การมีคำตอบเพิ่มขึ้น

แต่คือการมองเห็นมากขึ้น เพราะเมื่อเรามองเห็นมากขึ้น เราจะเข้าใจมากขึ้น

เมื่อเราเข้าใจมากขึ้น เราจะเริ่มมองเห็นทางเลือกที่เมื่อก่อนมองไม่เห็น 

และเมื่อมองเห็นทางเลือกมากขึ้น เราก็มีโอกาสตัดสินใจได้ดีขึ้น 

โลกอาจไม่ได้เรียบง่ายขึ้น แต่การก้าวต่อไปอาจมั่นคงขึ้น

เพราะการเห็นสิ่งต่าง ๆ ชัดเจนขึ้น

ทำให้ก้าวต่อไปอย่างมีปัญญามากขึ้น

ลองเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ สักเรื่องหนึ่งในชีวิตหรือองค์กรของเรา

เรื่องที่เรากำลังตัดสินใจอยู่ เรื่องที่เราเคยคิดว่าคำตอบชัดเจนแล้ว  หรือเรื่องที่เราเริ่มรู้สึกว่า วิธีเดิม ๆ อาจไม่ได้ให้คำตอบแบบเดิมอีกต่อไป ก่อนจะรีบถามว่า "ควรทำอย่างไร"

ลองหยุดถามตัวเองอีกนิดว่า
... เรากำลังมองเรื่องนี้ครบพอหรือยัง?
... มีปัจจัยอะไรที่เรายังไม่ได้คิดถึง?
... สิ่งที่เราเลือก จะทำให้เราได้อะไร และกำลังแลกกับอะไร?
... มีทางเลือกอื่นที่เราเคยมองข้ามไปหรือเปล่า?

บางทีคำถามเหล่านี้อาจไม่ได้ให้คำตอบทันที แต่มันอาจช่วยให้เรามองเห็นชัดขึ้นอีกนิด

และในโลกที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ การเห็นชัดขึ้นอีกนิด อาจเพียงพอแล้วที่จะทำให้ก้าวต่อไป
ไม่ใช่แค่เร็วขึ้น แต่รอบคอบขึ้น มั่นคงขึ้น และมีปัญญามากขึ้น

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ForeSight
ที่ The Owls City อยากชวนคุณมาร่วมสำรวจ ร่วมส่องแสงออกไปในที่อันแสนซับซ้อนและมืดมิดด้วยกัน นี่ไม่ใช่พื้นที่ของคำตอบสำเร็จรูป เราไม่มีให้

แต่เป็นพื้นที่ที่เราค่อย ๆ สำรวจโลก ความคิด การตัดสินใจ และทางเลือกไปด้วยกัน

ForeSight
See Clearly. Move Wisely.

เพราะการเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่ชัดเจนขึ้น
ทำให้ก้าวต่อไปมั่นคงขึ้น

วันนี้ มีเรื่องอะไรในชีวิตหรือการทำงานของคุณ
ที่เคยคิดว่าเข้าใจดีแล้ว
แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง อาจยังมีบางสิ่งที่คุณยังไม่เห็น?

Author

  • Morning [Owl-ditorship]

    "Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex ea commodo consequat. Duis aute irure dolor in reprehenderit in voluptate velit esse cillum dolore eu fugiat nulla pariatur. Excepteur sint occaecat cupidatat non proident, sunt in culpa qui officia deserunt mollit anim id est laborum."

You May Also Like
ร้านใหญ่: AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าในร้านกาแฟเชนใหญ่
อ่านต่อ..

AI กับธุรกิจร้านกาแฟ: ไม่ว่าร้านเล็กหรือร้านใหญ่ ก็เริ่มต้นได้

ค้นพบว่า AI ไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือเพื่อนคู่คิดของธุรกิจร้านกาแฟ ไม่ว่าร้านเล็กหรือร้านใหญ่ ก็ใช้ AI ช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณค่า และสร้างประสบการณ์ลูกค้าได้
อ่านต่อ..
Workplace well-being
อ่านต่อ..

ทำไมจำเป็นต้องมี Workplace Well-Being Plan

ปัจจัยด้านจิตสังคม (Psychosocial) เช่น สภาพแวดล้อม และการบริหารจัดการ สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของพนักงานได้ ดังนั้น ผู้บริหาร workplace จำเป็นต้องมีกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อสร้าง workplace well-being
อ่านต่อ..