ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร?
การรับรู้ความรู้สึกของตนเอง เป็นรากฐานและเป็นก้าวแรกในการรับรู้ เรียนรู้ เข้าใจ อาศัยร่วมกับสิ่งที่อยู่ภายในเรา จนสามารถบริหารจัดการ ตอบสนอง ในแต่ละช่วงอารมณ์ได้อย่างมีความเข้าใจ
คำตอบของคำถามนี้อาจจะเป็น
…..”ฉันรู้สึกว่า ฉันกำลังจะไปได้ดี” …..
…..“ฉันรู้สึกว่า ฉันกำลังเรียนรู้” …..
…..“ฉันคิดว่า ฉันกำลังรู้สึกดีนะ”…..
นี่คือคำตอบตามความเคยชินของหลาย ๆ คน แต่คำตอบแบบนี้ไม่ได้สะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงเลย เพราะมันไม่ใช่ความรู้สึก แต่กลับสะท้อน “ความคิด” มากกว่า แม้ว่าความคิดจะเป็นสิ่งที่ดี และความคิดก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของอารมณ์ที่ทำให้คุณ “รู้สึก”
Thibaut Meurisse บอกในหนังสือ Master Your Emotions ว่า “ความรู้สึกคือสิ่งที่ร่างกายของคุณรับรู้และสัมผัสได้ แต่ไม่ปรากฎเป็นรูปของความคิดในสมอง อีกทั้งเรามักจะนำคำว่า ‘รู้สึก’ มาใช้อย่างพร่ำเพื่อ หรือใช้ไม่ตรงกับความหมาย พูดไปตามความเคยชิน หรือใช้เพียงเลี่ยงการแสดงความรู้สึกที่แท้จริงในตอนนั้นของเราก็เป็นได้
แล้ว….. ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร?
ทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับอารมณ์
ความคิด อารมณ์ การตัดสินใจ เป็นสิ่งกำหนดคุณภาพชีวิตในฝั่งของปัจเจกบุคคล หรือปัจจัยภายใน ในขณะที่อีกฝั่งที่มากระทบชีวิตของเราคือ ระบบ บริบท สภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ คนที่แวดล้อมเรา ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก ก็มีผลกำหนดหรือมีอิทธิพลต่ออารมณ์เราในวันนั้น เช่นกัน ที่สำคัญทั้งสองปัจจัยนี้เล่นบทบาทในการกำหนดคุณภาพชีวิต ความมุ่งมั่น การฝ่าฟันอุปสรรค การเผชิญสิ่งท้าทายของเราทุกคน
เริ่มต้นจากในฝั่งของตัวเราเอง ความคิด และ อารมณ์ เป็นตัวกำหนด “สภาพ” ของเราในวันนั้น ๆ บางคนบอกว่า เราเป็นคนที่ใช้ความคิดเป็นใหญ่ ไม่ยอมให้อารมณ์มาเป็นตัวกำหนด นั่นก็สะท้อนอารมณ์ของตนเองในรูปแบบหนึ่ง ในขณะเดียวกันบางคนบอกว่า เราใช้อารมณ์ความรู้สึกในการนำ นั้นก็เป็นการสะท้อนว่า เราเลือกแล้วที่จะคิดตามสิ่งที่อารมณ์เรารู้สึกอยู่ สิ่งที่ต้องการสื่อสารคือ ไม่ว่าเราอยู่ในสภาวะไหน ความคิดและอารมณ์มีบทบาทกับเราทั้งสิ้น
เราถูกสร้างมาให้มีความคิดและมีอารมณ์เป็นองค์ประกอบ ความคิดและอารมณ์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือก ตัดสินใจตอบสนองในรูปแบบต่าง ๆ ต่อสิ่งที่เข้ามาในชีวิตของเรา แต่ในบทความนี้เราจะขอโฟกัสเกี่ยวกับ อารมณ์ เป็นหลัก
บทความนี้ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเรื่อง Master Your Emotions ของ Thibaut Meurisse เป็นหลัก เป็นเล่มที่แปลโดย คุณสุญญาตา เมี้ยนละม้าย เราชอบชื่อที่กำหนดขึ้นมาคือ Master หรือ การเป็นนาย ของอารมณ์ ส่วนใหญ่เวลาที่พูดเรื่องอารมณ์มักจะใช้คำว่าเราต้อง ‘ควบคุม’ หรือ ‘control’ อารมณ์ ไม่ให้อารมณ์เป็นใหญ่กว่าเหตุผล แนวโน้มจะเป็นการบังคับอารมณ์ หลุดไปอีกขั้วก็จะสื่อสารว่า ให้เราดำเนินตามอารมณ์ของเรา ใจบอกว่าใช่เธอ มันก็ใช่ …
อารมณ์ส่งผลต่อวันนั้นของคุณ เป็นการแต่งแต้มสีสันให้กับทุกประสบการณ์ ทุกช่วงเวลาของคุณ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่อารมณ์ดี มีความสุขเท่านั้น แต่แม้จะช่วงเวลาที่โศกเศร้า ถ้าเราเข้าใจและเป็น Master ของอารมณ์เราเอง เราก็จะรับรู้และใช้ความเสียใจ ความเศร้าอย่างมีความสุข
เมื่อคุณอารมณ์ดี ทุกอย่างก็ดูดี กินอะไรก็อร่อย คิดอะไรดี ๆ ได้มากขึ้น ทุกอย่างใต้ฟ้านี้ล้วนเป็นไปได้ แต่พอรู้สึกหดหู่ ทุกอย่างก็ดูน่าเบื่อ ไม่มีแรง ไม่มีพลัง อะไรก็ไม่ได้ ไม่รอด หลายครั้งผู้สูงอายุที่ไม่อยากกินข้าวนั้น เหตุผลส่วนหนึ่งก็มาจากอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า จนหลายคนตกไปอยู่ในหลุมดำ ที่ดึงดูดตัวเองจนไม่อยากทำอะไร มืดมน เปิดเพลงขยี้ตัวเองมากขึ้น…(ดราม่ามาทันที)
ฉะนั้นการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ตนเอง และเลือกที่จะตอบสนอง ก็จะทำให้เราสามารถใช้อารมณ์กลายเป็นเข็มทิศที่มีประสิทธิภาพ คนสองคนอาจจะอกหัก โดนเท ถูกทิ้งเหมือนกัน คนหนึ่งอาจจมอยู่ในหลุมแห่งความเศร้าโศก เขาไม่รักเรา โลกนี้ไม่รักเรา ใคร ๆ ก็ไม่รักเรา แต่ในขณะที่อีกคนรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของตน และเปลี่ยนแปลงตนให้มีคุณค่า และสดใสมากขึ้นก็ได้ ด้วยเหตุนี้ อารมณ์จึงเป็นแรงผลักดันที่สุดแสนจะทรงพลัง ที่ทำให้เราไปต่อหรือจมและถอยหลังแบบสโลว์ก็ได้
ความน่าเสียดายคือ เราไม่เคยถูกสอนให้รับรู้ เข้าใจการทำงานของอารมณ์ เรามักถูกสอนให้เข้มแข็งในโลกของทุนนิยม นั่นคือ เราต้องไม่อ่อนแอ การแสดงอารมณ์ ไม่ว่าจะอารมณ์โกรธ อารมณ์เศร้าจนร้องไห้ กลายเป็นเรื่องแง่ลบที่บ่งบอกว่า เราเป็นคนอ่อนแอ น่าอาย เราจึงถูกควบคุม และจำต้องกดทับอารมณ์ของเราเสมอ ด้วยคำว่า ‘หยุดร้องนะ อายเขา , หยุดร้องนะ เดี๋ยวตำรวจจับ , หยุดร้องนะ ไม่งั้นโดนตี’ เป็นต้น เมื่อไรก็ตามที่เราอ่อนแอ คนรอบข้างก็พร้อมจะขย่ำเราเสมอ หรือเมื่อเราอารมณ์ดี มีความสุข ยิ้มสดใส ก็ถูกกดดันว่า ‘นี่เป็นการมองโลกในแง่ดี อ่อนประสบการณ์’ หรือ เมื่อเรามีความสุข สภาวะการระแวดระวัง การป้องกันก็จะลดน้อยลง เป็นต้น ถ้าเราถูกแนะนำ ให้รับรู้และเข้าใจอารมณ์เรา เราก็จะเรียนรู้การดำเนินชีวิตที่ดี และจัดการกับอารมณ์ได้
"จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป"
อย่าให้ถึงตะวันตกแล้วยังโกรธอยู่เอเฟซัส 4:26 Tweet
พระคัมภีร์ได้แนะนำเรื่องอารมณ์ความรู้สึกอย่างน่าสนใจว่า “จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป” อย่าให้ถึงตะวันตกแล้วยังโกรธอยู่… (เอเฟซัส 4:26) หลายคนไม่ชอบอารมณ์โกรธของตนเอง เพราะถ้าเราโกรธคือ เราจะกลายเป็นคนโง่ ถ้าเราโมโห เราจะกลายเป็นคนบ้า เมื่อเราไม่อยากโง่ไม่อยากบ้า ฉะนั้นไม่โกรธดีกว่า (ซึ่งก็ดีในระดับหนึ่ง) แต่กลายเป็นเก็บกดความรู้สึกไว้
จริงแล้วความโกรธก็เป็นธรรมชาติความรู้สึกหนึ่งของมนุษย์ เราโกรธเนื่องจากไม่ได้รับความยุติธรรม ไม่ได้ดั่งใจ มีคนมาทำไม่ดีต่อเรา เป็นต้น คำว่า จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป เป็นการให้เรารับรู้อารมณ์ของเรา คือความโกรธ ความไม่พอใจ เพื่อเข้าใจความคิด ความเป็นตัวเรา แต่อย่าทำบาป (ทำร้าย ทำลาย ด่าทอ) คำว่าอย่าทำบาป เป็นการตัดสินใจเลือก การตัดสินใจตอบสนองความโกรธ ความไม่พึ่งพอใจของเรา ซึ่งเราเลือกได้ว่า เราจะตอบสนองแบบไหน หนักเชาอย่างไร เช่น มีรถคันอื่นมาปาดหน้าเรา เราโกรธได้ เราไม่พอใจได้ แต่ถ้าเราตอบสนองว่า ปาดมาปาดกลับ ไม่โกง หรือ ไม่เป็นไรเขาคงท้องเสียและรีบไป สงสาร นั่นคือส่วนของการตอบสนองของเราละ เรามีสิทธิที่จะเลือกการตอบสนองและรับผลสิ่งที่เราเลือกในการตอบสนองนั้น
The Owls’ City มุ่งมั่นจะทำเป็น Series ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะกี่ตอน 55555 แต่สิ่งที่เราบอกได้คือ ซีรีย์นี้อาจจะช่วยคุณ (คำว่า ‘อาจจะ’ เนื่องจากต้องมีส่วนของคุณที่ร่วมมือกันเรียนรู้ด้วย) ดังนี้
- เข้าใจว่าอารมณ์คืออะไร ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเราในแต่ละวัน แต่ละเหตุการณ์ รวมถึงส่งผลต่อคุณภาพชีวิตระยะยาวอย่างไร
- รับรู้และระบุได้ว่า เมฆพายุแห่งอารมณ์ของเราก่อตัวได้อย่างไร ทั้งแง่บวกและแง่ลบ สภาวะอารมณ์ในขณะนั้นเกิดสิ่งใด มีที่มาอย่างไร ส่งผลต่อเราในแง่มุมไหน
- เราสามารถตอบสนองต่ออารมณ์เหล่านั้นอย่างไร และใช้เป็นเครื่องมือทำให้ชีวิตเราเติบโตขึ้นได้อย่างไร
ก่อนเราจะเริ่มกัน อยากบอกว่า ไม่มีมนุษย์คนไหน ที่เข้าใจทุกสิ่ง ทุกอารมณ์อย่างดี ในขณะเดียวกัน อารมณ์ของคนหนึ่งก็มีรายละเอียด แตกต่างจากอีกคนหนึ่ง เพราะเราทุกคนถูกสร้างมาให้มีเอกลักษณ์ที่เฉพาะเจาะจงไม่เหมือนกัน อาจจะคล้ายกันในบางเรื่อง ต่างกันในบางเรื่อง มีเพียงพระผู้ทรงสร้างเราที่เข้าใจทุกอารมณ์ความรู้สึกของเราอย่างดี ฉะนั้น สิ่งที่เราคุยกันจึงเป็น กระบวนการในการรับรู้ เรียนรู้ พัฒนา และเติบโตไปด้วยกัน…
มาเริ่มกันนะ ^________^
ปล. The Owls’ City กำลังดำเนินการสร้างเครื่องมือที่ช่วยในการบันทึกอารมณ์เราในแต่ละวัน (สำหรับพวกชอบลืมอย่าง Owlditor) ไว้เสร็จเมื่อไรจะบอกนะงับ